เรียนร้องเพลงด้วยตนเองดีกว่า

ศึกษารายละเอียดเอานะครับ นี่เป็นตัวอย่างบางตอนเท่านั้น จากเวบต่างๆ ที่คัดมา
คงเหมาะกับทุกคน ที่กำลังอยากเรียนรู้ ใคร่ศึกษาเชิญเลยครับ

เว็บไซต์ที่ 1 : www.pramool.com

# ฝึกร้องเพลงกันเถอะ #
1. เคล็ดลับในการหายใจ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มหัดร้องเพลง เพราะมักจะหายใจไม่ทันและเหนื่อย ร้องแล้วบางทีลมไม่พอ ทำให้เสียงขาดหาย
ตอบ การหายใจที่ถูกต้องคือ การเก็บลมที่กระบังลม พองรับลมเก็บลมเข้าไว้ ใช้ลมจากกระบังลม Control ให้เส้นเสียงสั่นสะเทือน ถ้าเปลี่ยนวิธีการหายใจมาใช้กระบังลมได้ บางทีน้องจะหายใจง่ายขึ้น เพราะการหายใจด้วยกระบังลม มันใช้เวลาเสี้ยววินาทีในการเก็บลมให้เต็ม
2. รู้สึกว่าเสียงร้องของตัวเองไม่มีพลัง ควรทำไงดี อีกอย่างหนึ่งการที่จะร้องเพลงให้มีทั้งน้ำเสียงและ feelling ที่ดีควรทำอย่างไร
ตอบ ต้องรู้จัก Project เสียง เริ่มจากรู้จักการบังคับกระบังลม อย่างเช่น การบังคับกระบังลมเนี่ย เราหายใจเข้าเก็บลม กระบังลมพองเต็มที่แล้ว ปล่อยเสียง เราบังคับกระบังลมให้ Project เสียงทีเดียว ให้มีพลัง เราทำได้แล้ว เราจะเริ่ม Project เสียง บังคับกระบังลมได้นะ มันมีวิธีการฝึกฝน แบบฝึกหัดเยอะแยะ อย่างเช่น Sit Up หรือว่า เพิ่มพลังให้กระบังลม ยกน้ำหนักกระบังลม น้องๆ ก็คงต้องเน้นที่กระบังลม เก็บลมและ Control ได้เต็มที่ จะทำให้เสียงมีพลังมากขึ้น
…………..
…………..
…………..
25. เป็นคนที่ชอบร้องเพลงมาก แต่พอมาร้องต่อหน้าคนอื่นหนูจะตื่นเต้นมาก ตอนนี้หนูก็พยายาม ร้องให้เพื่อนฟัง ก็พอจะร้องได้บ้าง แต่พอเวลามีงานทีไร พวกเพื่อนๆก็จะยุให้ขึ้นไปร้องบนเวที จะกลัวและตื่นเต้นจนร้องไม่ออก จะทำยังไงให้ร้องเพลงได้ และให้หายตื่นเต้นดี
ตอบ จริงๆแล้วคนที่ชอบร้องเพลง ถ้าตื่นเต้นมาก วิธีการทำให้คลายความตื่นเต้น ก็คือทำสมาธิกำหนดลมหายใจเข้า-ออก แล้วก็ทำสมาธิให้จิตใจสงบลง ต้องเป็นคนที่ฝึกซ้อมบ่อย ๆ ถ้าเราไม่อ่อนซ้อม ถึงเวลาที่เราต้องแสดงออก หรือต้องประกวด หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ เราจะมีความมั่นใจมากกว่าคนอื่นๆ และเราก็สามารถระงับความตื่นเต้นนั้นได้

# ทำยังไงให้ซาวด์ดนตรีออกมาดีเวลาเล่น #
สิ่งสำคัญที่จะ ทำให้เล่นดนตรีแล้วได้ซาวนด์ออกมาดี ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆอย่าง อย่างแรกนอกจากต้องมีพื้นฐานทางด้านดนตรีที่ดีแล้ว ยังต้องรู้จักสังเกตหลายๆอย่าง เช่น ความละเอียดในการตั้งสายกีตาร์ เบส การให้ความสำคัญกับความดัง – เบาในการเล่นเครื่องดนตรีต่างๆ เสียงกลองที่ไม่ตีดังเกินไป หรือเสียงกีตาร์ที่เล่นดังพอประมาณไม่กลบเสียงร้อง สิ่งเหล่านี้ต้องมาจากการรู้จักสังเกต รวมทั้งการสะสมที่ได้จากการฟังเพลงเยอะๆ ต้องอาศัยการเรียนรู้ เพราะเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น ต้องสังเกตและใช้ความรู้สึกด้วย เวลาฟังเพลงก็หัดสังเกตด้วยว่าทำไมเขาได้ นักดนตรีที่ดีนอกจากจะฝึกเล่นแล้ว ยังต้องฝึกฟังด้วย
……………….
……………….

# เตรียมตัวก่อนการประกวดร้องเพลง #
ประกวดร้องเพลง ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
ง่ายๆ เลยนะ ประกวดร้องเพลงจะต้องฝึกซ้อมมากๆ แล้วก็ถ้าประกวดอย่าง Nescafe Music Challenge มันต้องมีทั้งเพลงไทยเพลงสากล จะต้องมีความชัดเจนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แล้วก็จำเมโลดี้ของเพลง-ทำนองของเพลง แล้วก็จังหวะของเพลงๆนั้นให้ได้ แล้วก็ร้องให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ที่สำคัญที่สุดก็คือฝึกซ้อมเยอะ
………………..
………………..

——————————-

เวบต่อไปนี้ดีมีวิธีการทุกอย่างสำหรับคนที่มีความฝันอยากเป็นนักร้องอาชีพ
พูด กันว่าตั้งแต่เริ่มเรียนอนุบาลการหัดร้องเพลงเลยแหละ เพราะมีบทเรียน เนื้อหาสารพัด จนไปถึง
มีแบบฝึกหัดให้ด้วย

เว็บไซต์ที่ 2 : www.e-muzic.net
ในเรื่องของเทคนิคการร้องเพลงนั้น ไม่สามารถทำได้ดีโดยการเพียงแค่อ่านแล้วหัดทำตามเพียงเท่านั้น ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ไม่สามารถสื่อสารได้ด้วยตัวหนังสือ และอีกมากมายที่อาจสื่อสารได้แต่ผมไม่ได้นำมาลง ณ ที่นี้ เรื่องราวต่างๆ ในเวปไซท์ของผมเป็นเรื่องราวที่ผู้อ่านไม่ว่าจะเป็นระดับใดก็ตาม สามารถทำความเข้าใจในทฤษฎีเบื้องต้น และสามารถฝึกได้ด้วยตนเอง หลายคนคิดว่าการร้องเพลงเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ทำได้เหมือนการพูดคุย หลายคนคิดว่านักร้องจะต้องเก่งเสมอไป ร้องได้ทุกเพลงทุกสถานการณ์
……………….
……………….
การ เคลื่อนไหวตัวตามจังหวะของดนตรีเป็นการสร้างอารมณ์ร่วมกับเพลงที่เราจะ ร้อง ทั้งยังเป็นการสื่อสารอารมณ์ของบทเพลง ไปยังผู้ฟังได้อีกด้วย
การร้อง เพลงไม่ใช่การท่องอาขยาน ดังนั้นนอกจากการท่องจำเนื้อเพลงให้ขึ้นใจแล้ว ยังควรศึกษารายละเอียดของบทเพลงนั้นๆ ด้วย ทั้งในด้านดนตรีประกอบ ความหมาย ฯลฯ เพื่อให้การร้องเพลงของเรานั้นเป็นการร้องที่ออกมาจากภายในใจ ไม่ใช่สักแต่ร้องไปตามที่เราจำเนื้อเพลงได้ เมื่อทุกท่านพร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่การพัฒนาความสามารถของตนเองทางด้าน การร้องเพลง ก็เชิญคลิ๊กที่ด้านล่าง เพื่ออ่านบทเรียนออนไลน์ได้เลยครับ

* บทที่ 1 เสียง
* บทที่ 2 การหายใจ
* บทที่ 3 โทนเสียง
* บทที่ 4 การออกเสียงสระและพยัญชนะ
* บทที่ 5 การใช้ลีลา
* บทที่ 6 การเตรียมความพร้อมก่อนการแสดง
* บทที่ 7 การใช้ไมโครโฟน
* บทที่ 8 สิ่งที่นักร้องทุกคนควรทราบ
* บทที่ 9 แบบฝึกหัดการวอร์มเสียงแบบที่ 1
* บทที่ 10 แบบฝึกหัดการวอร์มเสียงแบบที่ 2
* บทที่ 11 แบบฝึกหัดการวอร์มเสียงแบบที่ 3
* บทที่ 12 แบบฝึกหัดการวอร์มเสียงแบบที่ 4

# ร้อง เพลงอย่างไรให้ไพเราะ? #
หลายๆ คนอาจจะงงว่าผมทำหน้าสอนร้องเพลงไว้แล้ว แล้วจะพิมพ์บทความหน้านี้ขึ้นมาทำไมอีก อยากจะบอกกับเพื่อนๆ ทุกคนถึงที่มาของบทความนี้ เกิดจากการที่ผมสอนร้องเพลงมานาน พบกับนักเรียนและนักร้องมามากมาย น้อยคนนักที่เวลาผมฟังเค้าร้องเพลงแล้วรู้สึกว่าเพราะซะจนบรรยายไม่ถูก เพราะไม่เกรงใจใคร เพราะจนฟังแล้วขนลุกซู่ นักเรียนของผมหลายคนเรียนร้องเพลง จนทราบถึงวิธีการร้อง การใช้เสียงที่ถูกต้อง แต่ร้องไม่เพราะสักที นักร้องหลายๆ คนก็เป็นเช่นกัน การร้องเพลงให้เพราะ ผมว่ามันเกิดจากหลายๆ อย่างมารวมกัน ลองมาดูกันนะครับว่าวิธีของผมจะทำให้คุณร้องเพลงได้เพราะขึ้น น่าดูและน่าฟังมากขึ้นรึเปล่า
………………
………………
หวังว่าทุกคนคงไม่อยากเป็นอย่างนักร้องในจินตนาการคนนั้น จงมีความสุขไปกับการร้องเพลง พยายามสื่ออารมณ์เพลงให้ได้ ทำหน้าตาและท่าทางให้น่าดูอยู่เสมอ รับรองเลยว่าคุณจะต้องเป็นอีกคนหนึ่งที่ร้องเพลงได้ไพเราะ น่าฟังและน่ามอง อย่างที่คุณเองต้องการได้แน่นอน
# อยากมีลูกคอออออออออออ… ทำอย่างไร? #

——————————-

ว่าจะหยุดแค่เว็บไซต์ที่ 2 เพราะว่าเนื้อหาก็น่าจะครอบคลุมทั้งหมด แต่คิดว่าเอาเถอะความรู้ต่างที่ หลากทฤษฎี น่าจะมีอะไรให้ค้นคว้าเพิ่ม
เป็นอะไรที่ท่าทายนักฝันของว่าที่
ศิลปินคนใหม่ ก็ เลยแนะนำเพิ่มอีกเวบครับ

เว็บไซต์ที่ 3 : www.dreampoem.com

# ฝึก ร้องเพลงกันค่ะ #
สำหรับคนที่อยากหัดร้องเพลง อันดับแรกเลย คือ ฝึกเรื่องกระบังลมและเรื่องการหายใจนะคะ
คือ ต้องหายใจให้ถูกต้องก่อน โดยการหายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องแฟบ
พอหายใจถูกแล้ว ก็มาฝึกเรื่องการบังคับลมให้ออกมาจากช่องท้องกัน
หลัง จากหายใจเข้า ค่อยๆปล่อยลมออกมาทางปากให้ผ่านทางฟัน โดยไม่ต้องเปิดปาก (อธิบายยากจัง แหะๆ)
แล้วลองจับเวลาดู ให้สามารถบังคับลมให้ค่อยๆออกมาได้นานที่สุด
………………
………………
ขั้นตอนต่อไป หลังจากฝึกหายใจกันได้แล้ว
ก็ มาเรื่องออกกำลังกายกันบ้างดีกว่าค่ะ
ท่าที่ช่วยฝึกเรื่องความแข็ง แรงของกล้ามเนื้อท้อง (และลดหน้าท้องไปในตัว  ยิงฟันยิ้ม)
เป็นท่าคล้ายๆ กับ sit up คือ นอนราบไปกับพื้น ยกเข่าตั้งขึ้น หายใจเข้าทางปาก ท้องป่องนะคะ
……………..
……………..
……………..
แต่ที่สำคัญ คือ การร้องเพลง ควรจะร้องเปิดปาก ให้เสียงออกมาเต็มที่ ออกเสียงให้ชัดเจน
คำควบกล้ำทั้งหลาย ร.เรือ ล.ลิง หรือคำที่มี กว ควบ ควรจะออกให้ชัด
จะทำให้เพลงนั้นไพเราะขึ้นอีกเยอะ เลยค่ะ
#ธรรมชาติ#
คนเราร้องเพลงได้ โดยธรรมชาติอยู่แล้วครับ
การร้องเพลงเป็นการที่เราพัฒนามาจากพื้นฐาน มนุษย์
หรือชาวป่า ในอดีต ทำนองในการร้องมีการพัฒนาด้วยเช่นกัน
นัก ร้องคนหนึ่ง ถ่ายทอดไปยังอีกคนหนึ่งด้วยการให้ทำตาม
หรือเลียนแบบ นี่คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้
เช่นเดียวกันกับทุกวันนี้ นักร้องส่วนใหญ่ ไม่ได้เรียน
ร้องเพลงก่อนจะร้องเพลงเป็น แต่พวกเขามักจะร้องได้ดีอยู่แล้ว
โดยการเลียนแบบ นักร้องต้นแบบที่เขาชื่นชอบ แล้วพัฒนามาเป็นตัวเอง
” ถ้าเราได้ต้นแบบที่ดี เราก็จะได้นักร้องที่ดี “
นักร้องแบบเป็นไปตาม ธรรมชาติเห็นชัดที่สุดคือ
นักร้องลูกทุ่ง ของบ้านเรา  ทั้งการมีน้ำเสียงที่เป็นตัวของตัวเอง
การปล่อยเสียง เอื้อน หนักเบา ฯลฯ
เทคนิค มากมายอยู่ในตัวนักร้องคนนั้น โดยไม่มีการเรียน
ทำไมเป็น เช่นนั้น?
#การเรียนร้องเพลง#
การ ร้องเพลงที่มีรูปแบบเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเรียนรู้
หรือผู้ที่เริ่มต้น ช้า ไม่ทันกระบวนการตามธรรมชาติ
การร้องเพลงที่มีรูปแบบ เช่นเดียวกับ การพิมพ์เอกสารราชการ
เราต้องรู้วิธี ศัพท์ที่จะใช้ การติดต่อสื่อสารกับคนในแต่ละระดับ
เพราะถ้าเราร้องผิดแบบไปก็จะไม่ใช่ เพลง style นั้นๆ
เช่น เพลง Classic ถ้าเราเริ่มชอบ แต่ไม่เข้าใจการเปล่งเสียง
การใช้เทคนิคต่างๆ เหล่านั้น ก็ควรจะต้องเรียน
การเรียนร้องเพลง คือการที่เราได้เรียนรู้สิ่งที่เขาสรุป
รวบรวมมาให้เราอย่างเป็นระบบ
เพื่อ ให้เราเข้าใจได้เร็วขึ้น และ มีแนวทางต่างๆกันไป
ทั้งนี้ต้องขึ้นกับผู้ สอนที่เข้าใจการร้องเพลงจริงๆด้วยนะครับ
แต่อย่าลืมว่า การเรียนไม่สามารถทำให้เป็นนักร้องที่ดีได้
เราต้องกลับมาฝึกอย่างหนัก ด้วยเช่นกัน
ทำไมครูสอนร้องเพลงถึงไม่ได้เป็นนักร้องที่โด่งดัง?
ทำไม นักร้องดังสอนร้องเพลงไม่เป็น?
#ความเข้าใจ ในเพลง#
เพลงเป็นการสื่อสาร เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับสื่อให้ตรงกัน
โดยผ่านทาง จังหวะ ทำนอง เนื้อร้อง เสียงร้อง ดนตรี เทคนิคการร้อง
ฯลฯ ดังนั้น สิ่งที่ควรทำเมื่อจะร้องเพลงหนึ่งเพลง คือ ตีความ
นักร้องบางคนจะตีความ รวม บางคนตีความเป็นบรรทัด
ก็ แล้วแต่ เพราะงานศิลปะไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว
เพียง แต่ ความเข้าใจเรา ทำให้คนอื่นเข้าใจหรือไม่
เหตุที่นักร้องที่ประสบ ความ สำเร็จ เขาอาจจะมีความเข้าใจเพลง
และถ่ายทอดออกมาตรงกับคนส่วนใหญ่
ทำไม นักร้องเสียงธรรมดา ไม่มีเทคนิคมากมาย แต่ร้องเพลงให้คนร้องไห้ได้?
ทำไม นักร้องที่เก่งฉกาจ แต่ร้องได้น่าเบื่อ?
#เทคนิค การร้องเพลง#
เนื้อเสียง หรือ แก้วเสียง
เป็นสิ่งที่พระเจ้า สร้างมาให้แต่ละคนไม่เหมือนกัน
อาจ จะคล้ายกันบ้างแต่ก็มีข้อแตกต่าง
บาง คนร้องเพลงธรรมดา แต่มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าจะเสียงแหบ
เสียงขึ้น จมูก เสียงใหญ่ เสียงเล็ก ฯลฯ ล้วนแต่บ่งบอกถึงคนๆนั้น
การจะดัดเสียงให้ ต่างจากเดิมก็ทำได้ แต่เราควรจะหาจุดที่พอดี
จนเป็นธรรมชาติที่สุด
ถ้า ให้ พี่ป๊อด พี่นภ พี่ติ๊กชิโร่ มาร้องเพลงเดียวกัน ให้ร้องเหมือนกัน
และ ห้ามใช้เทคนิคเฉพาะตัว เราจะแยกออกไหม?
ช่อง เสียง
การออกเสียงมีหลายช่อง ตามทฤษฏีคงต้องไปค้นคว้าเอา
เสียง ทีได้ยินหลักๆ คือ เสียงพูด ,เสียงร้องปกติ และ เสียงร้องหลบ
เสียงพูด เราปล่อยธรรมชาติ (ถ้าไมไ่ด้ดัด) ไม่ต้องใช้กล้ามเนื้อ
ใดๆ เมื่อร้องเพลง กล้ามเนื้อเส้นเสียงจะต้องมีการบีบ เสียงจึงจะ
ขึ้นลง ดังเบาได้
ทำไม ผู้ชายร้องเพลงเสียงผู้หญิงได้?
ทำไมไมเคิลตั๋งทำได้ หลายเสียงจัง?
ลูกคอ
เสียงสั่นที่ เกิดจากการ ใช้ลม หรือ กล้ามเนื้อตรงคอ ทำให้เป็นห้วงๆบางคนจะเขย่าขาแทน อันนั้นไม่นับครับ
ลูกคอ จะมีหรือไม่มีก็ได้ นักร้องบางคนไม่มี เพลงไทยเดิมของเราก็ไม่มีลูกคอ แต่ใช้การทอดเสียง และ เอื้อนเป็นหลัก
ลูก คอสามารถสร้างเอกลักษณ์ได้ เช่น
ลูกคอ สั่นถี่ยิบของพี่ปั่น  ลูกคอห่างๆ แบบพี่แอ๊ด คาราบาว
ลูกคอเป็นห้วงๆ ของ มนต์สิทธิ์  หรือ ต้อมเรนโบว์
หนัก เบา สั้นยาว จังหวะจะโคน
การร้องต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย
การ ร้องคำยาวยืด ก็จะทำให้เพลง ย้วย น่าเบื่อ
การร้องคำสั้น ทำให้คำไม่ชัด และ ฟังสะดุดๆ
น้ำหนักเสียง เน้นคำไหน เน้นเพราะอะไร เบาตรงไหน เบาทำไม
ล้วน แต่ต้องใช้ความเข้าใจใน จังหวะนั้นๆ
คือเรื่องของ Groove ที่เคยบอกไปแล้วนั่นเอง
เพลงะแต่ละ ประเภทมี Groove ที่แตกต่างกัน
ซึ่ง จะกำหนดจังหวะสั้นยาว หรือการเหวียงของจังหวะต่างกัน
ทำไมเพลงรักคุณเข้า อีกแล้ว ถึงร้องยากจัง มันเป็นจังหวะอะไรหนอ?
การ ออกกำลังกาย
เป็นส่ิงที่ควรทำไม่ว่าจะเป็นนักร้องหรือ ไม่
ถาม ว่าคนที่ร้องเพลงดีเพราะออกกำลังหรือเปล่า เปล่าครับ
ไม่ เกี่ยวกันทั้ง หมด ไม่งั้นนักว่ายน้ำคงเป็นนักร้องกันเป็นแถว
แต่จะมีผล ต่อเมื่อ นักร้องที่ร้องเพลงได้อยู่แล้ว ต้องการ
ฟิตร่างการเพื่อให้ เสียงมีความ แข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย
แต่ถ้านักร้องคนนั้นยังใช้ ช่องเสียง ผิด การออกกำลังกายจะไม่ช่วยเลย
พื้น ฐานดนตรี
คนที่มีพื้นฐานดนตรีอยู่บ้างจะได้เปรียบตรงความเข้าใจ ทางดนตรี หรือโน๊ตต่างๆ
จะเร็วกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เขาเป็นนักร้องที่ดีอีกเช่นกัน
นักร้องหลาย คนไม่รู้โน๊ต เขาใช้จำเสียง ใช้การฝึกฝนตนเองจะรู้และเข้าใจ
ถ้าต้องการ พัฒนาการร้องให้เร็วขึ้น อย่าลืมเรียน พื้นฐานดนตรีนะครับ
การเลือกเพลง
สำคัญมากๆ ที่จะเลือกเพลงให้เข้ากับเสียงร้องของตัวเอง
เลือกคีย์เสียงที่เหมาะสม เลือกเนื้อเพลงที่เราสามารถถ่ายทอดได้อย่างไม่ติดขัด
เลือกเพลงที่ไม่ยาก เกินไป สำหรับการเริ่มต้น
เลือกเพลงที่ยากขึ้นสำหรับการ พัฒนา
ฟัง เพลงและเรียนรู้ เพลงสากลของฝรั่งมากๆ เพราะเรารับมาจากเขา
นักร้องดีเพราะเพลงดี หรือ เพลงดีเพราะนักร้องดี?

——————————-

ถ้ายังไม่พอเอามาฝากอีก เนื้อหาก็ไม่ต่างกันลองศึกษาดูเรียนรู้ได้มากเท่าไหร่ยิ่งดีไปเลย

เว็บไซต์ที่ 4 : www.postfree108.com

# ขั้นแรก ฝึกการหายใจ #
………….
…………….
…………….
# ขั้นตอนที่ 2 ฝึกออกเสียง #
เมื่อหายใจถูกต้องแล้วก็มาฝึกการออกเสียงกันครับ
1. หายใจเข้า (กินลมก้อนโตๆ… อึบ) เก็บลมไว้ แล้วเปล่งเสียง “ อา………… ” จนหมดลมก้อนนั้น ฝึกจนเสี่ยงนิ่งเป็นลมเดียว
2. เมื่อฝึกจนได้แล้วก็ลองเปลี่ยนเป็นเสียงอื่น เช่น เอ……. / อือ…… / โอ…… / อู……. / ลา……
3. จากนั้นเราก็จะมาฝึกการไล่ บันไดเสียง โด เร มี ฟา ซอล ลา ที ดํ การไล่สเกลหลายคนคงเคยฝึกกันมาแล้ว และคงทราบว่าแต่ละตัวออกเสียงยังไง ให้ฝึกไล่ไปเรื่อยๆ จนสามารถจดจำว่า แต่ละตัวจะต้องออกเสียงระดับไหนและรูปปากเป็นอย่างไรโดยอัตโนมัติ จากนั้นให้เปลี่ยนจาก โด เร มี เป็นออกเสียงตัวเดียวและลมเดียว(ลมหายใจเดียว) เช่น เสียง “ อา” คือ ให้ไล่ สเกล (บันไดเสียง) โดยใช้คำว่า อา
4. ในการออกเสียงจะมีพยัญชนะ 3 ตัว ที่เสียงจะอยู่ที่โพรงจมูก หากออกเสียงถูกตำแหน่งจะทำให้เสียงที่เปล่งออกมา ก้องกังวาน พยัญชนะ 3 ตัวนั้น คือ ง น ม ให้ฝึกโดยใช้มือจับที่จมูกแล้วเปล่งเสียงพยัญชนะนั้นออกมา ถ้าหากว่าจมูกสั่นๆ นั่นแหละครับออกเสียงถูกต้องแล้วครับ หากใครยังหาตำแหน่งยังไม่เจอลองฝึกอย่างนี้ดู ให้เปล่งเสียงว่า “เงอะ” ช้าๆ นะครับ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็น “เนอะ” และ “เมอะ”
โทนเสียง (voice project)
มี 3 ระดับ คือ
– Chest voice คือเสียงที่อยู่ระดับหน้าอก หรือที่เรียกกันว่าเสียงต่ำ เมื่อใช้เสียงระดับนี้หน้าอกจะสั่น ให้ลองเอามือจับที่หน้าอกแล้วเปล่งเสียง “เออ…” (ทำเสียงคล้ายเสียงพระเอกหล่อๆ ทุ้มๆ) ถ้าหากหน้าอกสั่นๆ แสดงว่าถูกต้องแล้ว แต่ถ้าหากยังไม่ถูกให้พูดไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าใช่แล้วคือแบบนี้นี่เอง
– Middle voice คือเสียงที่อยู่บริเวณโพรงแก้มและใบหน้า หรือที่เรียกทั่วไปว่าเสียงระดับกลาง เมื่อใช้เสียงระดับนี้ให้เสียงอยู่ระดับใบหน้า เมื่อใช้เสียงระดับนี้เสียงจะกังวาน และถ้าหากอยู่บริเวณโพรงแก้มจะทำให้เกิดความไพเราะมากยิ่งขึ้น
– Head voice หรือที่เรียกกันว่าเสียง แม่มด คือเสียงสูง เสียงจะอยู่บริเวณกะโหลกศีรษะ เสียงที่เปล่งออกมาจะแหลมเหมือนเสียงแม่มด แต่เมื่อนำมาใช้ในการร้องเพลงจะเป็น “เสียงหลบ” (เสียงหลบ คือเสียงที่เปล่งออกมาไม่เต็มเสียง / ครึ่งหนึ่งของเสียง) ในการฝึก ให้พูดเหมือน แม่มด จากนั้นให้ทำเสียงแม่มดครึ่งเสียง
………………….

——————————-

สุดท้ายที่ขอแนะนำครับ swt

เว็บไซต์ที่ 5 : www.patid.com
# เกล็ดความรู้จากผู้รู้ #
dandilian – ” เสริมนิดนึงนะครับ คือเวลาร้องเพลง ควรคำนึงด้วยว่า เมื่อเสียงเริ่มแหบแล้ว
ควรหยุดแล้วก็ทานน้ำเยอะๆ + พักผ่อนมากๆ คือเส้นเสียงเรามีอันเดียว
พังแล้วพังเลยนะครับ รักษาได้แต่ไม่เหมือนเดิม 100 % ยังไงแล้ว
ร้องเพลงถนอมๆเสียงด้วยนะครับ ผมเองเป็นริดสีดวงที่เส้นเสียง เพราะร้องเพลง
แบบฝืนๆนี่แหละครับ บางทีร้องไม่ถึง ค่อยๆฝึกเดี๋ยวก็ถึงครับ อย่าใจร้อน
ถ้าคอมีปัญหาขึ้นมาแล้ว เราไม่สามารถย้อนเวลากลับได้ มันจะช่างน่าเสียใจยิ่งนักครับ”
TheChat – ” หลักง่ายๆคือถ้าทำแล้วยังไม่รู้สึกเค้น ไม่รู้สึกเจ็บ ก็พอจะเชื่อได้ว่ามันไม่ทำอันตรายอะไรครับ
เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ push ตัวเองไปร้องเพลงเสียงสูงมากๆ หรือพยายามตะเบ็งให้มันดังมากๆ
ก็มักจะไม่เป็นไร ชิวๆ สบายๆ ร้องไปได้เรื่อยๆส่วนใหญ่ ถ้าพัง มักพังเพราะขึ้น high note แล้วเค้นมากไป
ใช้เทคนิคผิดๆในการขึ้น high note ทำให้อวัยวะในช่องคอ (โดยเฉพาะเส้นเสียงซึ่งบางมากๆ) ได้รับบาดเจ็บครับ
ดังนั้นถ้าจะฝึกแบบขยาย range ของตัวเอง แนะนำว่าควรมีครูสอนร้องเพลงที่มีวิทยฐานะเพียงพอเป็นคนแนะนำครับ “

***********************************

เว็บ ไซต์ที่ 1 : www.pramool.com
เว็บไซต์ที่ 2 : www.e-muzic.net
เว็บไซต์ที่ 3 : www.dreampoem.com
เว็บไซต์ที่ 4 : www.postfree108.com
เว็บไซต์ที่ 5 : www.patid.com

***********************************

…เอา มาฝากเท่านี่แหละ “ศึกษาให้หมดเรียนรู้ให้ คล่อง อย่าใช้การท่องจำ ทำความเข้าใจแตกฉานแก่ตนเอง”
เท่านี้ ก็ร้องเพลงได้ไม่อายใคร ไม่แน่วันข้างหน้าอาจได้เป็นศิลปินมืออาชีพก็ได้น๊าาาา ไปล่ะ

ไปศึกษาเหมือนกัน !!

5 Responses to “เรียนร้องเพลงด้วยตนเองดีกว่า”

  1. ผมมีปัญหา คือ ร้องเสียงหลบ ไม่ได้ เพราะๆ เหมือนเสียงผมจา ใหญ่เละ เเหบ ควร ทำอย่างไรดีคับบ T><T..*

  2. เวลาต้องออกไปร้องเพลงทีไร จะเริ่มมีเสมหะทุกครั้งเลย ทำไงดี

  3. อยากเป็นนักร้องอะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: